สรุปการเรียนรู้ครั้งที่ 16
วันนี้อาจาร์ไม่ได้ทำอะไรมากเพราะว่าคาบนี้เป็นคาบสุดท้ายของการเรียนการสอนิาจาร์ก็ได้ให้มานั่งเคลียร์งาน และให้กลับไปทับทวบความรู้เพื่อนที่จะนำมาสอบในอาทิตย์ต่อไป
แฟ้มสะสมผลงานรายวิชาการอบรมเลี้ยงดู101
สรุปการเรียนรู้ครั้งที่ 16
วันนี้อาจาร์ไม่ได้ทำอะไรมากเพราะว่าคาบนี้เป็นคาบสุดท้ายของการเรียนการสอนิาจาร์ก็ได้ให้มานั่งเคลียร์งาน และให้กลับไปทับทวบความรู้เพื่อนที่จะนำมาสอบในอาทิตย์ต่อไป
สรุปการเรียนรู้ครั้งที่ 15
วันนี้อาจาร์ให้เขียน 3 หัวข้อ เกี่ยวกับความรู้ที่ได้เรียนมา,ได้ทักษะอะไรบ้าง และสามารถนำไปใช้ได้อย่างไรจากที่เรียนมา และหนูก้ได้เขียนใส่กระดาษส่งอาจาร์ไป
-ความรู้ที่ได้เรียนมาหนูได้ทั้งด้านการสมอง การสอนเด็กๆ และการเป็นครูที่ดี
-ทักษะ ได้ทั้งการใช้ชีวิต การเอาตัวรอด การอยู่ในสังคมที่แปลกใหม่
-นำไปใช้ได้อย่างไร หนูสามารถเอาไปใช้ในชีวิตจริงได้ทุกๆอย่างที่อาจาร์ให้ความรู้มา และสามารถเข้ากับคนอื่นได้ง่าย
สรุปการเรียนรู้ครั้งที่ 14
การเรียนรู้ครั้งที่ 14 อาจาร์ได้ให้เขรยนงานใส่กระดาษ A4 คนละแผ่นได้ให้หัวข้อเรียน การพัฒนาการทางของเด็กปฐมวัย ซึ้งแบ่งได้เป็นพัฒนาการทางด้านร่างกาย การพัฒนาการทางด้านสติปัญญา การพัฒนาการทางด้านสังคม และการพัฒนาการทางด้านอารมณ์จิตใจ ซึ้งการพัฒนาการในแต่ละด้านนั้นก็มีความแตกต่างกันทุกอันล้วนมีพัฒนาการที่จะเป็นสิ่งวิเคราะห์และคอยสังเกตพัฒนาการของเด็กปฐมวัยในแต่ละพัฒนาการ
สรุปการเรียนรู้ครั้งที่ 13
สรุปการเรียนรู้ครั้งที่ 13 วันนี้อาจาร์ได้สอนและได้ให้ทำงานเป็นกลุ่ม แบ่งกลุ่มละ 4 คน ไดเให้ทำงานในหัวข้อเรื่องเด็กในศตวรรษที่ 21 มีลักษณะอย่างไรบ้าง โดยกลุ่มพวกเราได้ทำงานและได้แบ่งเขียนใส่กระดาษแผ่นใหญ่เป็น 2 หัวข้อ โดยได้เขียนตอนแรกอธิบายว่าเด็กในศตวรรษที่ 21 นั้นมีลักษณะอย่างไรบ้างตามที่หาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตและหาข้อมูลเพิ่มเติมมาให้สรุปอยู่ในกระดาษแผ่นใหญ่แผ่นเดียวในกลุ่มและทำให้เสร็จและส่งเป็นที่เรียบร้อย
สรุปการเรียนรู้ครั้งที่ 12
วันนี้ได้อ่านเนื้อหากับการอบรมเลี้ยงดู : แนวคิดของ Diana Baumrind
รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูเป็น 3 รูปแบบ คือ 1) รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่ (ควบคุมและตอบสนองความรู้สึกเด็ก) 2) รูปแบบการ อบรมเลี้ยงดูแบบควบคุม (ควบคุมแต่ไม่ตอบสนองความรู้สึกเด็ก) และ 3) รูปแบบการอบรมเลี้ยงดู แบบตามใจ (ไม่ควบคุมแต่ตอบสนองความรู้สึกเด็ก) ต่อมา Maccoby and Martin (1983) ได้ เพิ่มเติมรูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบที่ 4 คือ 4) รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบทอดทิ้ง (ไม่ควบคุม และไม่ตอบสนองความรู้สึกเด็ก)
1. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่ (Authoritative Parenting Style) คือ การอบรม เลี้ยงดูที่บิดามารดาสนับสนุนให้เด็กมีพัฒนาการ ตามวุฒิภาวะของเด็ก โดยที่บิดามารดาจะอนุญาต ให้เด็กมีอิสระตามควรแก่วุฒิภาวะ แต่ในขณะ เดียวกันบิดามารดาจะกำหนดขอบเขตพฤติกรรม ของเด็ก และกำหนดให้เด็กเชื่อฟังและปฏิบัติตาม แนวทางที่บิดามารดากำหนดไว้อย่างมีเหตุผล ถึงแม้ บิดามารดาจะมีการเรียกร้องสูง แต่ในขณะเดียวกัน ก็ให้ความรักความอบอุ่นและใส่ใจต่อเด็ก เปิด โอกาสให้เด็กเป็นตัวของตัวเอง รับฟังเหตุผลจากเด็ก และสนับสนุนให้เด็กมีส่วนร่วมในการคิดตัดสินใจ เรื่องต่างๆ ของครอบครัว
2. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบควบคุม (Authoritarian Parenting Style) คือ การอบรม เลี้ยงดูที่บิดามารดามีความเข้มงวดเรียกร้องสูง แต่ ไม่ตอบสนองความต้องการของเด็กโดยสิ้นเชิง มีการจัดระบบ การควบคุมและวางกฎเกณฑ์ให้เด็กปฏิบัติตามอย่าง เข้มงวด โดยมีการอธิบายน้อยมาก หรือไม่มีเลย เด็กต้องยอมรับในคำพูดของบิดามารดาว่าเป็นสิ่งที่ ถูกต้องเหมาะสมเสมอ มีการใช้อำนาจควบคุมโดย วิธีบังคับ และลงโทษเมื่อเด็กไม่ทำตามความคาดหวัง ของบิดามารดา บิดามารดามักห่างเหิน และปฏิเสธ เด็ก
3. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบตามใจ (Permissive Parenting Style) คือ การอบรมเลี้ยง ดูที่บิดามารดาปล่อยให้เด็กทำสิ่งต่างๆ ตามการ ตัดสินใจของเด็กโดยไม่มีการกำหนดขอบเขต ใช้การ ลงโทษน้อย ไม่เรียกร้องหรือควบคุมพฤติกรรมเด็ก เด็กสามารถแสดงออกซึ่งความรู้สึกและอารมณ์ ได้อย่างเปิดเผย บิดามารดาอาจให้คำปรึกษาหรือ
4. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบทอดทิ้ง (Uninvolved Parenting Style) เป็นการอบรม เลี้ยงดูที่บิดามารดาไม่ให้ความสนใจหรือตอบสนอง ความต้องการของเด็ก ให้การดูแลเอาใจใส่ต่อเด็ก น้อยมาก บิดามารดากลุ่มนี้จะเพิกเฉยต่อเด็กพอๆ กับไม่เรียกร้องหรือวางมาตรฐานพฤติกรรมใดๆ ให้ เด็กปฏิบัติ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะบิดามารดาปฏิเสธ เด็กแต่แรก หรือหมกมุ่นอยู่กับปัญหา และความ กดดันในชีวิตประจำวันจนไม่มีเวลาดูแลเอาใจใส่เด็ก
การพัฒนาแบบสำรวจรูปแบบการอบรม เลี้ยงดูตามแนวคิดของ Baumrind ใน ประเทศไทย
มี 4 รูปแบบในการอบรมเลี้ยงดู
1. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่ (Authoritative)
2. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบควบคุม (Authoritarian)
3. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบตามใจ (Permissive)
4. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบทอดทิ้ง (Uninvolved)
ด้วยเหตุที่การอบรมเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่ เป็นการอบรมเลี้ยงดูที่ประกอบด้วย คุณลักษณะ 8 ประการ และครอบคลุม 2 มิติสำคัญดังที่กล่าวมา แล้ว จึงส่งผลให้เด็กที่ได้รับการอบรมเลี้ยงดูแบบ เอาใจใส่เจริญเติบโตเป็นประชากรที่มีคุณภาพ มี ความสามารถในการปรับตัว มีพฤติกรรมทางสังคม ที่เหมาะสม มีความฉลาดทางอารมณ์ มีความ สามารถในการกำกับตนเอง มีวินัย และมีวุฒิภาวะ บิดามารดาก็ต้องพูดจาสุภาพให้เด็กเห็น หรือสอนให้ เด็กทำพฤติกรรมเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ บิดามารดาก็ต้อง ปฏิบัติเป็นแบบอย่าง เช่น พาเด็กไปบริจาคของเล่น ให้กับเด็กกำพร้า เป็นต้น ฉะนั้นเพื่อให้การอบรม เลี้ยงดูมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น บิดามารดาจึงควร เลี้ยงดูเด็กด้วยความรักและเอาใจใส่ รวมถึงทำตน เป็นแบบอย่างที่ดีในทุกๆ ด้านร่วมด้วย ฉะนั้นอาจกล่าวได้ว่ารูปแบบการอบรมเลี้ยงดู แบบเอาใจใส่เป็นรูปแบบการอบรมเลี้ยงดูที่มี ประสิทธิภาพสามารถหล่อหลอมให้เด็กและเยาวชน เจริญเติบโตเป็นประชากรที่มีคุณภาพ ดังนั้น ทุกภาค ส่วนในสังคมควรเร่งเผยแพร่ และกระตุ้นให้บิดา มารดา ตลอดจนบุคคลที่ใกล้ชิดและมีอิทธิพลต่อ เด็กตระหนักถึงความสำคัญ และนำเอารูปแบบการ อบรมเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่ไปใช้ในการอบรมเลี้ยงดู บุตรหลานของตน ทั้งนี้ก็เพื่อให้สังคมไทยมีประชากร ที่มีคุณภาพเพิ่มมากขึ้น อันจะเป็นกำลังสำคัญใน การพัฒนาประเทศไทยให้เจริญอย่างยั่งยืนสืบไป
สรุปการเรียนรู้ครั้งที่ 10
อาจารย์ได้ให้แต่ละกลุ่มทุกกลุ่มเขียนกิจกรรมที่ทำจากขวดน้ำเกี่ยวกับพัมนาการเด็กตั้งแต่แรกเกิดจนถึง3ปี แต่ละพัฒนาการ 3 ด้าน คิดของเล่นมา 3 ชนิด ที่เหมาะกับเด็กในแต่ละช่วงวัยในช่วงพัฒนาการของเด็กตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 3 ปี กลุ่มพวกเราได้คิดร่วมกันเขียนพัฒนาคิดของเล่น ของเล่นจากขวดน้ำให้เหมาะสมกับเด็กแต่ละช่วงวัย เพื่อที่จะให้เด็กมีพัฒนาการทางด้านสมองและได้ส่งเสริมพัฒนาการกล้ามเนื้อมัดเล็ก และ ทำให้เด็กไม่เบื่อในการเรียนรู้
สรุปการเรียนรู้ครั้งที่ 11
อาจารย์ได้ให้แต่ละกลุ่มเริ่มลงมือปฏิบัติในการทำงานของเล่นจากขวดน้ำมา 1 ของเล่นที่ได้คิดและเขียน กัวันนี้ได้ให้แต่ละกลุ่มเริ่มลงมือปฏิบัติในการทำงานของเล่นจากขวดน้ำมา 1 ของเล่นที่ได้คิดและเขียนกันไว้ในคาบที่แล้วได้ให้ลงมือทำในคาบนี้ได้ลงมือทำปฏิบัติด้วยกันกับเพื่อนๆ ในกลุ่ม กลุ่มพวกหนูได้เลือกทำ กระปุกออมสินจากขวดน้ำที่เหมาะสำหรับเด็กในวัย 3 ปีมาก เพราะเป็นช่วงที่เด็กในช่วงนี้ชอบในการเล่นของเล่นสิ่งของใหม่เริ่มสนใจกับของเล่นมากขึ้นและสนุกมีความสุขกับของเล่นที่แปลกตาและแปลกใจมากๆและได้พัฒนาในเรื่องของการเคลื่อนไหวได้ดีขึ้นมากๆเลยได้ฝึกในการใช้กล้ามเนื้อมือ ใช้การพัฒนาการด้านการดูหรือการมองเห็นได้ใช้ระบบประสาทสัมผัสทั้ง 5 ได้พัฒนาด้านการฟัง เสียงจากของเล่นที่เด็กได้จับและได้ดูหรือสัมผัสกับสิ่งของชิ้นใหม่ที่ชอบมากๆ ด็กในวัย 3 ปีมาก เพราะเป็นช่วงที่เด็กในช่วงนี้ชอบในการเล่น
ของเล่นสิ่งของใหม่เริ่มสนใจกับของเล่นมากขึ้นและสนุกมีความสุขกับของเล่นที่แปลกตาและแปลกใจมากๆ และได้พัฒนาในเรื่องของการเคลื่อนไหวได้ดีขึ้นมากๆเลยได้ฝึกในการใช้กล้ามเนื้อมือ ใช้การพัฒนาการด้าน การดูหรือการมองเห็นได้ใช้ระบบประสาทสัมผัสทั้ง 5 ได้พัฒนาด้านการฟัง เสียงจากของเล่นที่เด็กได้จับและ ได้ดูหรือสัมผัสกับสิ่งของชิ้นใหม่ที่ชอบมากๆ กระปุกออมสินนั้นจะไม่ใช้เหรียญในการหยอดเหรียญ แต่จะใช้ บัตรคำตัวภาษาอังกฤษมาแทนโดยการได้ทำกระปุกออมสินทั้ง 2อัน จะเขียนตัวภาษาอังกฤษไว้ข้างหน้าขวด น้ำ ขวดนึงเขียนตัว A อีกขวดเขียนตัว B และทำเป็นบัตรคำที่เขียนตัว a.b ไว้อีกในกล่องนึง ให้เด็กได้จับ ฉลากในกล่องได้ตัวภาษาอังกฤษตัวไหนให้หยอดในกระปุกออมสินอันนั้นให้ถูกต้องตามตัวอักษรภาษา อังกฤษนั้นได้พัฒนาเรื่องพัฒนาด้านการดูมาก เพราะเด็กได้ใช้สายตาในการดูได้ใช้มือในการสัมผัสสิ่งของ ของเล่นชิ้นนั้น
สรุปการเรียนรู้ครั้งที่ 16 วันนี้อาจาร์ไม่ได้ทำอะไรมากเพราะว่าคาบนี้เป็นคาบสุดท้ายของการเรียนการสอนิาจาร์ก็ได้ให้มานั่งเคลียร์งาน และให้กลั...