สรุปการเรียนรู้ครั้งที่ 12
วันนี้ได้อ่านเนื้อหากับการอบรมเลี้ยงดู : แนวคิดของ Diana Baumrind
รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูเป็น 3 รูปแบบ คือ 1) รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่ (ควบคุมและตอบสนองความรู้สึกเด็ก) 2) รูปแบบการ อบรมเลี้ยงดูแบบควบคุม (ควบคุมแต่ไม่ตอบสนองความรู้สึกเด็ก) และ 3) รูปแบบการอบรมเลี้ยงดู แบบตามใจ (ไม่ควบคุมแต่ตอบสนองความรู้สึกเด็ก) ต่อมา Maccoby and Martin (1983) ได้ เพิ่มเติมรูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบที่ 4 คือ 4) รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบทอดทิ้ง (ไม่ควบคุม และไม่ตอบสนองความรู้สึกเด็ก)
1. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่ (Authoritative Parenting Style) คือ การอบรม เลี้ยงดูที่บิดามารดาสนับสนุนให้เด็กมีพัฒนาการ ตามวุฒิภาวะของเด็ก โดยที่บิดามารดาจะอนุญาต ให้เด็กมีอิสระตามควรแก่วุฒิภาวะ แต่ในขณะ เดียวกันบิดามารดาจะกำหนดขอบเขตพฤติกรรม ของเด็ก และกำหนดให้เด็กเชื่อฟังและปฏิบัติตาม แนวทางที่บิดามารดากำหนดไว้อย่างมีเหตุผล ถึงแม้ บิดามารดาจะมีการเรียกร้องสูง แต่ในขณะเดียวกัน ก็ให้ความรักความอบอุ่นและใส่ใจต่อเด็ก เปิด โอกาสให้เด็กเป็นตัวของตัวเอง รับฟังเหตุผลจากเด็ก และสนับสนุนให้เด็กมีส่วนร่วมในการคิดตัดสินใจ เรื่องต่างๆ ของครอบครัว
2. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบควบคุม (Authoritarian Parenting Style) คือ การอบรม เลี้ยงดูที่บิดามารดามีความเข้มงวดเรียกร้องสูง แต่ ไม่ตอบสนองความต้องการของเด็กโดยสิ้นเชิง มีการจัดระบบ การควบคุมและวางกฎเกณฑ์ให้เด็กปฏิบัติตามอย่าง เข้มงวด โดยมีการอธิบายน้อยมาก หรือไม่มีเลย เด็กต้องยอมรับในคำพูดของบิดามารดาว่าเป็นสิ่งที่ ถูกต้องเหมาะสมเสมอ มีการใช้อำนาจควบคุมโดย วิธีบังคับ และลงโทษเมื่อเด็กไม่ทำตามความคาดหวัง ของบิดามารดา บิดามารดามักห่างเหิน และปฏิเสธ เด็ก
3. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบตามใจ (Permissive Parenting Style) คือ การอบรมเลี้ยง ดูที่บิดามารดาปล่อยให้เด็กทำสิ่งต่างๆ ตามการ ตัดสินใจของเด็กโดยไม่มีการกำหนดขอบเขต ใช้การ ลงโทษน้อย ไม่เรียกร้องหรือควบคุมพฤติกรรมเด็ก เด็กสามารถแสดงออกซึ่งความรู้สึกและอารมณ์ ได้อย่างเปิดเผย บิดามารดาอาจให้คำปรึกษาหรือ
4. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบทอดทิ้ง (Uninvolved Parenting Style) เป็นการอบรม เลี้ยงดูที่บิดามารดาไม่ให้ความสนใจหรือตอบสนอง ความต้องการของเด็ก ให้การดูแลเอาใจใส่ต่อเด็ก น้อยมาก บิดามารดากลุ่มนี้จะเพิกเฉยต่อเด็กพอๆ กับไม่เรียกร้องหรือวางมาตรฐานพฤติกรรมใดๆ ให้ เด็กปฏิบัติ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะบิดามารดาปฏิเสธ เด็กแต่แรก หรือหมกมุ่นอยู่กับปัญหา และความ กดดันในชีวิตประจำวันจนไม่มีเวลาดูแลเอาใจใส่เด็ก
การพัฒนาแบบสำรวจรูปแบบการอบรม เลี้ยงดูตามแนวคิดของ Baumrind ใน ประเทศไทย
มี 4 รูปแบบในการอบรมเลี้ยงดู
1. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่ (Authoritative)
2. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบควบคุม (Authoritarian)
3. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบตามใจ (Permissive)
4. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบทอดทิ้ง (Uninvolved)
ด้วยเหตุที่การอบรมเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่ เป็นการอบรมเลี้ยงดูที่ประกอบด้วย คุณลักษณะ 8 ประการ และครอบคลุม 2 มิติสำคัญดังที่กล่าวมา แล้ว จึงส่งผลให้เด็กที่ได้รับการอบรมเลี้ยงดูแบบ เอาใจใส่เจริญเติบโตเป็นประชากรที่มีคุณภาพ มี ความสามารถในการปรับตัว มีพฤติกรรมทางสังคม ที่เหมาะสม มีความฉลาดทางอารมณ์ มีความ สามารถในการกำกับตนเอง มีวินัย และมีวุฒิภาวะ บิดามารดาก็ต้องพูดจาสุภาพให้เด็กเห็น หรือสอนให้ เด็กทำพฤติกรรมเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ บิดามารดาก็ต้อง ปฏิบัติเป็นแบบอย่าง เช่น พาเด็กไปบริจาคของเล่น ให้กับเด็กกำพร้า เป็นต้น ฉะนั้นเพื่อให้การอบรม เลี้ยงดูมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น บิดามารดาจึงควร เลี้ยงดูเด็กด้วยความรักและเอาใจใส่ รวมถึงทำตน เป็นแบบอย่างที่ดีในทุกๆ ด้านร่วมด้วย ฉะนั้นอาจกล่าวได้ว่ารูปแบบการอบรมเลี้ยงดู แบบเอาใจใส่เป็นรูปแบบการอบรมเลี้ยงดูที่มี ประสิทธิภาพสามารถหล่อหลอมให้เด็กและเยาวชน เจริญเติบโตเป็นประชากรที่มีคุณภาพ ดังนั้น ทุกภาค ส่วนในสังคมควรเร่งเผยแพร่ และกระตุ้นให้บิดา มารดา ตลอดจนบุคคลที่ใกล้ชิดและมีอิทธิพลต่อ เด็กตระหนักถึงความสำคัญ และนำเอารูปแบบการ อบรมเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่ไปใช้ในการอบรมเลี้ยงดู บุตรหลานของตน ทั้งนี้ก็เพื่อให้สังคมไทยมีประชากร ที่มีคุณภาพเพิ่มมากขึ้น อันจะเป็นกำลังสำคัญใน การพัฒนาประเทศไทยให้เจริญอย่างยั่งยืนสืบไป
No comments:
Post a Comment